Month: August 2018

ปีที่ 7 ของฮูโก้ ยอริส

   ฮูโก้ ยอริส นายประตูมือ 1 ทีมชาติฝรั่งเศสในชุดแชมป์ฟุตบอลโลกที่ผ่านมา โดยเขาย้ายมาอยู่ถิ่นไวท์ ฮาร์ต เลนของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะหน้าร้อนวันที่ 31 สิงหาคม 2012 โดยย้ายมาจากโอลิมปิก ลียง ทีมดังของฝรั่งเศส ด้วยค่าตัวเพียง 15 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่แพงเลยด้วยซ้ำกับระยะเวลาที่เขาอยู่กับทีม ซึ่งฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ 7 ของเขากับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์แล้ว ซึ่งตอนนี้เขาได้รับมอบหมายให้เป็นกัปตันทีมด้วย รวมถึงตอนเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศสก็ได้เป็นกัปตันทีมเช่นเดียวกัน ซึ่งถือว่ามีบุคลิกความเป็นผู้นำของทีมดีทีเดียว โดยในฤดูกาลแรกที่เขาย้ายเข้ามาต้องนั่งเป็นตัวสำรองของแบรด ฟรีเดล นายประตูชาวอเมริกันก่อนด้วยซ้ำในช่วง 10 นัดแรกของฤดูกาล เนื่องจากฟรีเดลตอนนั้นก็ทำผลงานให้ทีมได้ดีมาๆ และลงสนามมาอย่างต่อเนื่องถึง 310 นัดด้วยกัน ก่อนจะมาให้โอกาสฮูโก้ ยอริสลงสนามเป็นตัวจริงในศึกยูโรป้า ลีกที่สเปอร์พบกับลาซิโอในเดือนกันยายน หลังจากนั้นมาเขาก็ได้เป็นตัวจริงแทบจะตลอดทั้งฤดูกาล และเก็บไปได้ถึง 9 คลีนชีต จากการลงสนามทั้งหมด 27 นัดในปีแรก และในฤดูกาล 2015 ก่อนจะเริ่มฤดูกาล เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือหนุ่มของทีมก็ได้ทำการประกาศแต่งตั้งให้ฮูโก้ ยอริสเป็นกัปตันทีมแบบถาวรในตอนนั้น ซึ่งรับหน้าที่ต่อจากยูเนส กาบูล กองหลังชาวฝรั่งเศสที่ย้ายออกจากทีมไป หลังจากนั้นมาเขาก็ได้เป็นกัปตันทีมมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าจะมีแฮร์รี่ เคน ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่เหมาะสมกับปลอกแขนกัปตันทีมอีกคนหนึ่งก็ตาม

ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ 7 ของฮูโก้ ยอริส นายทวารวัย 31 ปีแล้ว ซึ่งถึงแม้ว่าเขาพึ่งจะได้แชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมชาติฝรั่งเศสมาได้ก็ตาม ซึ่งก็ถือว่าเป็นแชมป์ที่นักเตะคนไหนในโลกก็อยากจะได้ไปครอง แต่อีกอย่างหนึ่งที่เขาอยากจะทำให้ได้ก็คือการได้ขึ้นชูถ้วยแชมป์รายการใดรายการหนึ่งกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์นั่นเอง ที่เขายังไม่เคยได้สัมผัสมันเลยซักครั้ง ซึ่งเขาเคยได้เข้าชิงฟุตบอลลีก คัพมาแล้วในฤดูกาล 2014-2015 แต่สุดท้ายเขาก็พลาดท่าพ่ายให้กับเชลซีในยุคของโชเซ่ มูรินโญ่นั่นเอง และหลังจากนั้นมาก็ไม่มีโอกาสได้เข้าชิงชนะเลิศรายการไหนอีกเลย รวมถึงการเบียดลุ้นแชมป์ในปี 2015-2016 กับทางเลสเตอร์ ซิตี้ด้วย ซึ่งพวกเขาก็มาพลาดท่าในช่วงท้ายฤดูกาลจนวืดที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไป

Sticky post แบ็คชั้นดี

    หากใครจะมองหาว่าทีมไหนในพรีเมียร์ลีกมีนักเตะประเภทแบ็ค หรือวิงแบ็คที่ดีที่สุดของลีก คงต้องยกให้กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทีมที่คว้าอันดับที่ 3 ของพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ซึ่งเขามีนักเตะประเภทแบ็คทั้ง 2 ฝั่งที่ยอดเยี่ยมมาก ทั้งด้านของคุณภาพและปริมาณ โดยในตำแหน่งแบ็คขวาทางเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือหนุ่มของทีมมีตัวเลือกทั้งคีแรน ทริปเปียร์ แบ็คขวาดีกรีทีมชาติอังกฤษที่ไปแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในศึกฟุตบอลโลกด้วย และมีทีเด็ดในเรื่องของการเปิดบอล รวมถึงจังหวะการเตะลูกนิ่งด้วย และแซร์จ โอริเย่ร์ แบ็คขวาทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ที่ไปซื้อมาจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ซึ่งจะมีความเร็วและความแข็งแรงในการเล่น ส่วนแบ็คซ้ายก็มี 2 ตัวเลือกชั้นดีเช่นกัน เมื่อมีทั้งเบน เดวิส แบ็คซ้ายทีมชาติเวลส์ ที่ทีมไปซื้อตัวมาจากสวอนซี ซิตี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว และอีกตัวเลือกก็คือแดนนี่ โรส แบ็คซ้ายดีกรีทีมชาติอังกฤษในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะเป็นตัวสำรองของทางแอชลี่ย์ ยังก็ตาม ซึ่งถือว่าเป็น 4 ตัวเลือกในตำแหน่งแบ็คทั้ง 2 ฝั่งที่สุดยอดมากๆ และนักเตะเหล่านี้สามารถปรับมาเล่นเป็นวิงแบ็คเวลาเปลี่ยนระบบมาเป็น 3-5-2 ได้ทั้งหมดเลยด้วย เนื่องจากนักเตะเหล่านี้สามารถเติมเกมรุกได้ดีทุกคนอยู่แล้ว

เมื่อฤดูกาลที่แล้วมีหลายนัดที่เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มีการเปลี่ยนหมุนเวียนนักเตะในตำแหน่งแบ็คทั้ง 2 ฝั่งผลัดกันลงสนาม ในช่วงที่โปรแกรมการแข่งขันนั้นชุกชุมอย่างในช่วงวันบ็อกซิ่ง เดย์เป็นต้น แต่หลักๆ แล้วคู่แบ็คตัวจริงของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และน่าจะรวมถึงฤดูกาลนี้ด้วยจะเป็นของคีแรน ทริปเปียร์ และเบน เดวิส ที่สามารถเล่นเกมรุกได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงการมีเกมรับที่ไม่บกพร่องด้วย ส่วนแซร์จ โอริเย่ร์ และแดนนี่ โรสนั้นจะเป็นตัวสลับในเกมที่อาจจะเจอกับงานเบาเป็นหลัก ซึ่งแดนนี่ โรสนั้นเคยเป็นตัวจริงของทีมมาก่อนในช่วงประมาณ 3 ปีที่แล้ว แต่หลังจากเริ่มมีปัญหาในการต่อสัญญา ทำให้โปเช็ตติโน่เริ่มจะทำการดร็อปออกไปเป็นตัวสำรองบ้าง และนักเตะที่ได้โอกาสก็คือเบน เดวิส ที่นับวันยิ่งเล่นยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถยืดตำแหน่งตัวจริงได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นทีมที่มีแบ็ค 2 ฝั่งทั้งตัวจริง และตัวสำรองที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกเลยก็ว่าได้

บทความโดย นายแทงบอล

ไม่ได้ไม่เสีย

   ไม่ได้ไม่เสีย เป็นคำพูดสรุปสั้นๆ ในตลาดการซื้อขายนักเตะของทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ในซัมเมอร์นี้ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นคำพูดในวงไพ่เสียมากกว่า แต่ก็บอกได้โดยรวมว่าทีม “ไก่เดือยทอง” ไม่ได้นักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมแม้แต่คนเดียว และก็ไม่เสียนักเตะออกจากทีมแม้แต่คนเดียวเช่นกัน ซึ่งก็ถือว่ามันก็มีข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันไป แต่หากให้มองจากตรงนี้คงต้องบอกไว้ก่อนว่าน่าจะมีผลเสียมากกว่าได้อย่างแน่นอน

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ สามารถคว้าอันดับ 3 ของตารางพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ด้วยชุดผู้เล่นที่ถูกมองว่าด้อยกว่าทีมอย่างเชลซี และอาร์เซน่อล ที่ได้อันดับ 5 และอันดับ 6 ด้วยซ้ำ รวมถึงขนาดของทีมที่เล็กกว่าคู่แข่งอยู่ก่อนแล้ว บวกกับฤดูกาลนี้ทีมที่หลุดพื้นที่โควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกทั้ง 2 ทีมต่างมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้จัดการทีมทั้งคู่ด้วย รวมถึงมีการเสริมทัพด้วยการซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมกันหลายรายในแต่ละทีม ซึ่งก็เหมือนกับเป็นการพัฒนาศักยภาพของทีมออกไปอีก ซึ่งก็เพื่อจะกลับไปอยู่ในพื้นที่ที่จะได้เล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่ของสโมสรยุโรปนั่นเอง แต่ทางท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ของดาเนี่ยล เลวี่ ประธานบริหารของทีมกลับไม่ได้มีการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้แม้แต่รายเดียว ทำให้ศักยภาพทีมของพวกเขาเหมือนกับการย่ำอยู่กับที่เสียมากกว่า ทำให้เป็นเรื่องที่ยากขึ้นทันทีที่จะเบียดเข้าไปลุ้นแชมป์กับแชมป์เก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือแม้กระทั่งการรักษาพื้นที่ในโซนที่ได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลน่ายังเป็นเรื่องที่ยากเสียด้วยซ้ำ ซึ่งทำให้ตอนนี้เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนติน่าของทีมต้องมาเจอกับงานสุดโหดในฤดูกาลนี้ ซึ่งปกติก็เหมือนกับว่าเขาแบกน้ำหนักไปต่อยกับพวกรุ่นใหญ่กว่าอยู่แล้ว แต่คราวนี้อาจจะหนักกว่านั้นด้วยซ้ำ

สิ่งดีสิ่งเดียวในซัมเมอร์นี้ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ก็คือการที่พวกเขาไม่เสียโทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ กองหลังทีมชาติเบลเยี่ยมออกจากทีมไป ถึงแม้ว่าจะตกเป็นข่าวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาตลอดก็ตาม การที่ไม่เสียกองหลังวัย 29 ออกจากทีมไป ทำให้โปเช็ตติโน่ยังมีตัวเลือกในแนวรับที่ยังแข็งแกร่งตามเดิม แต่ก็มีความเสียงที่จะต้องเสียโทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ออกจากทีมไปในราคาที่ถูกลงด้วย หากดาวเตะเบลเยี่ยมเลือกที่จะไม่ต่อสัญญากับทีมออกไป ซึ่งสัญยญาของเขาจะหมดหลังจากฤดูกาลนี้จบลงเท่านั้น

หากไม่ซื้อ

   คนที่เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลก็ย่อมอยากได้ หรืออยากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับตัวนักเตะของเขา ซึ่งคงต้องการเปลี่ยนแปลงในทางบวก หรือไปในทางที่ดี อย่างเช่นมีตัวเลือกที่มากขึ้นในตำแหน่งต่าง และเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนไตน์ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ก็เช่นกัน ที่ก็คงต้องการนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีม แต่ด้วยหน้าที่ของเขาคือการทำทีมให้ออกมาดีที่สุด และไม่สามารถพูอะไรไม่ได้มาก และไม่ใช่สไตล์ของเขาด้วย ทำให้ตอนนี้เขายังไม่มีนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมแม้แต่รายเดียว ซึ่งอดีตผู้จัดการทีมของเซาต์แธมตันรายนี้ก็คงต้องมองหาแผนสำรองในการทำงานในฤดูกาลนี้บ้างแล้ว ซึ่งคงลองนึกถึง 11 ผู้เล่นตัวจริงที่หากไม่ได้ใครมาร่วมทีมใหม่เลยด้วย ซึ่งแน่นอนว่าผู้รักษาประตูจะต้องเป็นฮูโก้ ยอริส ผู้รักษาประตูดีกรีแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศสอย่างแน่นอน แต่ว่าตำแหน่งอื่นจะเป็นอย่างไรบ้างลองมาดูกัน

กองหลังแน่นอนว่าแบ็คขวาจะต้องเป็นคีแรน ทริปเปียร์ ที่เปิดบอลแม่นยำจะได้เป็นตัวจริง แบ็คซ้ายต้องแย่งกันระหว่างเบน เดวิส กับแดนนี่ โรส ส่วนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟจะมีแยน แฟร์ตองเก้นเป็นตัวยืน ส่วนอีกคนต้องดูว่าโทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์จะย้ายทีมหรือไม่ หากไม่ย้ายก็คงจะได้จับคู่กับรุ่นพี่ในทีมชาติ แต่หากย้ายทีมก็จะเป็นดาวินซอน ซานเชซ ปราการหลังทีมชาติโคลอมเบียแทน

คู่กองกลาง 2 คนจะมีเอริค ดายเออร์ กองกลางดีกรีทีมชาติอังกฤษเป็นตัวยืนในการรับหน้าที่ตัดเกม ส่วนอีกคนนั้นหากวิคเตอร์ วานยาม่าไม่เจ็บน่าจะได้ลงเล่น หรือไม่ก็จะเป็นมุสซ่า เดมเบเล่ กองกลางทีมชาติเบลเยี่ยมแทน ส่วนตัวรุก 3 คนจะมีคริสเตียน อิริคเซ่นแน่ๆ แล้ว 1 คนที่จะคอยสร้างสรรค์โอกาส และรับเหมาลูกนิ่งต่างๆ และมีเดเล่ อัลลี กับซน ฮองมิน เป็นตัวสนับสนุน ซึ่งมีตัวสแตนด์บายบนม้านั่งสำรองอย่างเอริค ลาเมล่า ลูคัส มูร่า และแน่นอนว่ากองหน้าตัวเป้าจะเป็นแฮร์รี่ เคน ดาวซัลโวประจำสโมสรในช่วง 4 ปีหลังสุด ซึ่งอันที่จริงถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้นักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีม แต่ขุมกำลังของพวกเขาก็ยังถือว่าแข็งแกร่งที่เดียว แต่ในมุมมองของการจัดการทีมแล้วมันเหมือนกับการอยู่กับที่มากกว่า ในขณะที่ทีมอื่นนั้นเดินหน้า หรือบางทีมก้าวกระโดดด้วยซ้ำ จากการเสริมทัพในซัมเมอร์นี้ ซึ่งทำให้การเสริมทัพถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นของทีม ซึ่งอาจจะไม่ใช่การหยุดอยู่กับที่ แต่อาจจะเป็นการถอยหลังลงมาด้วยซ้ำ

แฮร์รี่ เคน ในเดือนสิงหาฯ

            เป็นที่ยอมรับกันมาซักระยะหนึ่งแล้วว่าแฮร์รี่ เคน กองหน้าวัย 25 ปี เป็นกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้ และดีที่สุดเท่าที่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์เคยมีมาด้วยซ้ำ และแน่นอนว่าเป็นกองหน้าหมายเลข 1 ของทีมชาติอังกฤษตอนนี้ ซึ่งตลอด 9 ฤดูกาลที่ผ่านมาที่เขาก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของ “ไก่เดือยทอง” นั้นเขาช่วยทีมทำได้ถึง 140 ปะตูจาก 213 นัด ซึ่งถือว่ามีค่าเฉลี่ยในการทำประตูต่อนัดที่ดีมากๆ ตั้งแต่ได้ขึ้นมาเป็นตัวจริงของทีมในยุคของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษคนปัจจุบันก็ทำผลงานได้ดีมาโดยตลอด และได้เป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกไปถึง 2 สมัยในฤดูกาล 2015-2016 และ 2016-2017 ซึ่งเขาทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้เกิน 20 ประตูตลอด 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่แฟนๆ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์น่าจะรู้ดีว่ากองหน้าเด็กปั้นของสโมสรรายนี้มีอาถรรย์ที่ยังแก้ไม่หายในการลงเล่นในเดือนสิงหาคมในเกมพรีเมียร์ลีก ถึงแม้ว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นดาวซัลโวระดับพระกาฬแล้วก็ตาม แต่กองหน้าวัย 25 ปียังไม่สามารถทำประตูในพรีเมียร์ลีกในช่วงเดือนสิงหาคมได้เลย ซึ่งจะเป็นเดือนแรกขอลการออกสตาร์ตในศึกพรีเมียร์ลีกประจำทุกฤดูกาลอยู่แล้วด้วย

เท่ากับว่าการออกสตาร์ตฤดูกาลของแฮร์รี่ เคน เขาจะทำผลงานได้ไม่ดีมาโดยตลอด เสมือนเครื่องยนต์ดีเซลที่เครื่องมักจะร้อนช้า แล้วค่อยมาแรงปลายยิงประตูในช่วงกลางหรือช่วงท้ายฤดูกาล ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็เป็นเช่นนั้น เมื่อผ่านเดือนสิงหาคมเข้าสู่เดือนกันยายนแค่เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เขาก็สามารถทำประตูให้กับทีมชาติอังกฤษได้เลย ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่พบกับทีมชาติมอลต้า แลพอเข้าสู่เดือนกันยายนเขาสามารถทำได้ถึง 4 ประตูให้กับสโมสรในนัดที่พบกับเอฟเวอร์ตัน และโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ แต่ในช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้วเขาได้เล่นในพรีเมียร์ลีก 3 นัดที่พบกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เชลซี และเบิร์นลี่ย์ เขากลับทำไม่ได้ซักประตู โดยสถิติในเดือนสิงหาคมของแฮร์รี่ เคนคือ 0 ประตู จากการลงสนาม 13 นัด 898 นาที และได้โอกาสยิงถึง 44 ครั้ง แต่กลับยิงตรงกรอบได้เพียง 10 ครั้งเท่านั้น ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยการยิงตรงกรอบของเขาในเดือนนี้ไม่ถึงนัดละครั้งด้วยซ้ำ และที่สำคัญคือยังกินไขอยู่ ซึ่งเทียบไม่ได้กับเดือนมีนาคมที่เป็นเดือนที่เขาผลงานดีที่สุด คือยิงถึง 12 ประตู จากการลงสนามเพียง 10 นัดเท่านั้นในศึกพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมา

ปัญหาในเดือนสิงหาคม

 “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เป็นทีมที่มีนักเตะไปช่วยทีมชาติหลายคน โดยส่วนใหญ่เป็นนักเตะในทีมชาติเบลเยี่ยม และทีมชาติอังกฤษทั้งนั้น ซึ่งทั้ง 2 ทีมสามารถผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาต้องลงสนามถึง 7 นัด และได้จบศึกฟุตบอลโลกช้ากว่าทีมอื่นๆ เพราะพึ่งจะจบทัวร์นาเม้นต์ไปเมื่อกลางเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาเท่านั้น และกว่าจะกลับมาเข้าแคมป์เก็บตัวก็ตอนก่อนเริ่มศึกพรีเมียร์ลีกนัดแรกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ซึ่งคงเรียกความฟิตกันไม่ทันแน่ๆ ทำให้นัดแรกของฤดูกาลเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ของทีมคงจะต้องใช้นักเตะชุดที่พวกเขาทำศึกอุ่นเครื่องอินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ หรือ ICC ไปก่อน โดยพวกเขาพรีซีซั่นด้วยผูเล่นชุดนี้มากว่า 1 เดือนแล้ว และคงต้องใช้ผู้เล่นชุดนี้ทำศึกพรีเมียร์ลีกไปก่อน 1-2 นัด แล้วพอผู้เล่นตัวหลักที่กลับมาฟิตสมบูรณ์ถึงค่อยใช้ลงสนาม ซึ่งอาจจะต้องรอไปถึงปลายเดือนสิงหาคมเลยทีเดียว

โดยผู้เล่นของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ที่ยังไม่ได้กลับมาร่วมแคมป์ฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมคือโทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ แยน แฟร์ต็องเก้น และมุสซ่า เดมเบเล่ ที่เป็นนักเตะที่ช่วยให้ทีมชาติเบลเยี่ยมคว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา โดยในรายของโทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์นั้นยังไม่แน่นอนว่าฤดูกาลนี้เขาจะยังอยู่กับทีมต่อไปหรือไม่ด้วย เนื่องจากว่ามีข่าวการย้ายทีมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่ด้วย และนักเตะจากทีมชาติอังกฤษทั้งคีแรน ทริปเปียร์ แดนนี่ โรส แฮร์รี่ เคน เอริค ดายเออร์ และเดเล่ อัลลี น่าจะยังไม่พร้อมในการช่วยทีมทำศึกพรีเมียร์ลีกในช่วง 2 นัดแรก หรืออาจจะทุกนัดในเดือนสิงหาคมด้วยซ้ำ โดยพวกเขามีคิวทำศึกพรีเมียร์ลีกนัดแรกในการไปเยือนนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดในวันที่ 11 สิงหาคม จากนั้นจะเล่นกับฟูแล่มในวันที่ 18 และไปเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นการปิดท้ายในเดือนสิงหาคม ซึ่งกว่าที่นักเตะเหล่านี้จะพร้อมกลับมาช่วยทีมก็คงเป็นเกมสุดท้ายที่จะต้องบุกไปเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ดของทีมรองแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ส่วน 2 นัดแรกนั้นนักเตะเหล่านี้ไม่น่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงแน่ๆ โดยนักเตะ 8 คนนี้ถือว่าเป็นตัวหลักของทีมมาโดยตลอด และแทบจะเป็นตัวจริงของทีมทั้งหมดด้วย มีเพียงแดนนี่ โรส กับมุสซ่า เดมเบเล่ ที่อาจจะมีการสลับไปเป็นตัวสำรองบ้าง แต่ก็ถือว่าได้ลงสนามแทบจะตลอด